Predestination ยึดเวลาล่าอนาคต

Predestination (2014) ยึดเวลาล่าอนาคต เพื่ออนาคต เขาต้องสู้เพื่อปกป้องอดีต

              ภาพยนต์เรื่อง Predestination หรือชื่อไทยว่า ยึดเวลาล่าอนาคต (2014) พยายามแบบสุดๆ แต่ว่าน่าเสียดายที่ช่องโหว่ของหนังเรื่องนี้มันก็ใหญ่มากๆ เหมือนกัน เราไม่เชื่อว่ามันจะรักกันได้กันขนาดนั้นได้ง่ายๆ ยิ่งแล้วใหญ่เมื่อตัวละครมันรู้ว่าสิ่งที่จะทำลงไปมันจะส่งผลดีร้ายยังไง มันไม่มีรายละเอียดการดีเบตของตัวละครตรงนั้นทำให้การไปต่อมันเหมือนกับดันทุรังเหมือนแถและบังคับตัวละครให้เป็นไปตามเป้า เพื่อเรื่องราวที่มีความสมบูรณ์แบบ และเราไม่แน่ใจว่าคนในอดีตกับอนาคตโครโมโซมมันจะชุดเดียวกัน ได้กันแล้วมีลูกแล้วคลอดออกมาจะบกพร่องทางร่างกายหรือสติปัญญาหรือเปล่า

Predestination (2014) ยึดเวลาล่าอนาคต เพื่ออนาคต เขาต้องสู้เพื่อปกป้องอดีต

              แต่ว่าถ้าหากพอมองในแง่ของสาส์นและปรัชญาที่ดูหนังผ่านมา 2-3 วันแล้วยังต้องมานั่งทบทวนอยู่ภายในหัว มันก็เอ็ฟเฟ็กต์กับเราได้มากๆ แต่ก็ยังคิดไม่ตกตะกอนสักที แล้วเราสนใจเรื่องราวต่อไปที่ว่า พอพระเอกมันฆ่าอนาคตตัวเองตายแล้ว ตัวมันเองในปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงอนาคตตัวเองได้หรือเปล่านะ…และตัวมันในเวลาอื่นๆ จะมาป๊ะกันและฆ่ากันอีกหรือเปล่า พอเปลี่ยนไก่กับไข่มาเป็นคนมันก็งงและหาคำตอบยากพอๆ กัน แต่ความคิดหนึ่งที่แว้บเข้ามาหลังจากหนังจบก็คือว่าพระเจ้าไม่ได้สร้างเรา เราต่างหากที่สร้างตัวเราเองขึ้นมา…

              เรียกได้ว่าที่ชอบที่สุดในภาพยนต์เรื่องนี้ นั่นก็คือ ความทะเยอทะยานที่มันอยู่ในร่องในรอยไม่ออกนอกลู่นอกทางไปไหนได้ตลอดรอดฝั่ง ทั้งอารมณ์และบรรยากาศต่างๆ ทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้หนังมันสนุกเพื่อเสิร์ฟอัดคนดูลูกเดียว แต่ทุกอย่างมีไว้เพื่อพยุงเรื่องที่จะเล่าซึ่งความพยายามที่จะเล่ามันทำให้มันออกมาสนุกน่าลุ้นน่าตื่นเต้นได้ ถึงแม้เราจะเดาหนังได้ตั้งแต่เนิ่นก็ตาม

              ตอนดูนี่เราเองก็สงสัยตลอดเวลาว่าแคสต์ของ Sarah Snook เนี่ยใช้นักแสดงคนเดียวหรือสองคนกัน โดยเฉพาะหลังเป็นผู้ชายแล้วเพราะวางเสียงเนียนมากๆ แว้บหนึ่งเราเห็นเป็น Dane Dehaan (เดน ดีฮาน) สักพักเป็น Leonardo DiCaprio (ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ) หรือไม่ก็ Léa Seydoux (เลอา แซดู) ซึ่งมันก็เสริมความสนุกในการเทียบเคียงหน้าคนนั้นคนนี้แต่ก็ขัดสมาธิในการจ้องสังเกตไปทั้งเรื่อง ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

Predestination (2014) ยึดเวลาล่าอนาคต เพื่ออนาคต เขาต้องสู้เพื่อปกป้องอดีต

              สุดท้ายนี่ก็คือเราเกิดคำถามว่า ถ้าหากว่านี่เป็นภาพยนต์ของ Christopher Nolan หรือผู้กำกับที่มีสาวกอุ่นหนาฝาคั่งคนอื่นๆ เรื่องราวแบบนี้ ประเด็นแบบนี้ วิธีการเล่าแบบนี้คนดูจะยังเอ็ฟเฟ็กต์กับหนังในความรู้สึกที่เป็นอยู่อย่างนี้หรือเปล่านะ? และถ้าหากคุณสนใจบทความพนันอื่นๆก็สามารถคลิกเข้ามาได้ที่ เว็บเดิมพันฟุตบอล

Author: Defoe